เกาะกงด๋าว เกาะสวรรค์แห่งทะเลเวียดนามใต้

ประเทศเวียดนาม ถือเป็นอีก 1 ในชาติอาเซียนที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปแวะเวียนเสมอตลอดทั้งปีซึ่งก็เป็นผลมาจากการเดินทางที่ใช้เวลาไม่มากนัก เพียงชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นหากเดินทางโดยเครื่องบิน หรือจะเดินทางโดยรถยนต์ก็ได้ข้ามผ่านประเทศลาว นอกจากนี้เวียดนามยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสิ่งก่อสร้าง รวมถึงสถานที่ซึ่งกลายมาเป็นมรดกโลกอีกหลายแห่ง อีกทั้งค่าครองชีพยังไม่สูงมากนัก จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวขาลุยยิ่งนัก

แน่นอนฮะ … เกริ่นมาซะขนาดนี้ เราคงจะไม่พาคุณไปเที่ยวที่อื่นแน่ นอกจากเวียดนาม เพียงแต่ว่าวันนี้เราจะไม่พาคุณไปสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนคุ้นเคยกันอยู่แล้วอย่างฮานอย โฮจิมินห์ ฮอยอัน ดาลัต ฯลฯ แต่จะพาคุณไปเที่ยวที่ไหนนั้น ตามไปชมกันเลย

จากท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต นครโฮจิมินห์ซิตี้ ใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินเพียง 45 นาทีก็ถึงสนามบินกงด๋าวแล้ว ซึ่งกงด๋าวตั้งอยู่ดินแดนทางตอนใต้สุดของเวียดนาม มีลักษณะเป็นเกาะที่ล้อมรอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยอีกนับสิบๆ เกาะ ที่สำคัญถึงแม้ว่ากงด๋าวจะตั้งอยู่ห่างจากโฮจิมินห์เพียง 230 กิโลเมตร แต่ที่นี่กลับดูคล้ายเป็นอีกโลกหนึ่งซึ่งแตกต่างจากเวียดนามโดยสิ้นเชิง ด้วยความสงบเงียบของเกาะและทัศนียภาพอันงดงามชวนให้หลงใหล จนแทบไม่อยากเชื่อว่าในอดีตเกาะกงด๋าวแห่งนี้คือที่ตั้งของเรือนจำอันโหดร้ายสำหรับคุมขังนักโทษการเมืองในช่วงเวียดนามยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส และอีกครั้งในช่วงสงครามเวียดนามที่นี่ก็ได้คุมขังนักโทษสงครามเพื่อใช้งานสร้างท่าเทียบเรือของเกาะโดยเหตุการณ์ทั้งสองครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1862 และปี 1975

ปัจจุบันภาพความโหดร้ายในอดีตของเกาะกงด๋าวคงเหลือไว้เพียงแค่อาคารร้างที่ถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพงหนาเก่าคร่ำคร่าเกาะกงด๋าวเปลี่ยนโฉมใหม่กลายเป็นเกาะสวรรค์ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นหาดทรายธรรมชาติอันเลื่องชื่อซึ่งเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลหายากอีกหลายชนิด และแนวปะการังที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ ฯลฯ จน Travel & Leisure นิตยสารด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา โหวตให้กงด๋าวเป็น 1 ใน 20 เกาะของโลกที่ยังคงความลึกลับมากมายถึงแม้ว่าความเจริญจะค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาบ้างแล้วก็ตามไม่ว่าจะเป็นสนามบิน หรือรีสอร์ทหรูที่ทยอยเปิดตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนในอนาคต

Comments are closed.