ตลาดด้านการท่องเที่ยวในเวียดนาม


ประเทศเวียดนามมีความโดดเด่นเรื่องของทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ ฮาลองเบย์ ที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำเสนอวัฒนธรรมที่เก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย สงบ และ สภาพแวดล้อมที่มีความเป็นมิตร จุดขายในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบประหยัด และผจญภัย ซึ่งเป็นแนวโน้มของการท่องเที่ยวทั่วโลกในขณะนี้ และเวียดนามพยายามนำเสนอการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา ในคราวเดียว

การท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว มีลักษณะที่ไม่มีเหมือนกันในแต่ละบุคคลเนื่องจากนักท่องเที่ยวแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันทางด้านสภาพแวดล้อม หรือคุณลักษณะส่วนบุคคล ซึ่งนักท่องเที่ยวมีทั้งกลุ่มที่มาจากยุโรป อเมริกา และแถบเอเซีย พฤติกรรมการท่องเที่ยวจะมีความแตกต่างกัน ความแตกต่างดังกล่าวอาจมีผลทำให้ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มรับรู้หรือเข้าใจหรือคิดนึกถึงมีความแตกต่างกันตามกลุ่มของนักท่องเที่ยวและอาจทำให้คุณค่าที่ได้รับความพึงพอใจ และความภักดีต่อแหล่งท่องเที่ยวมีความแตกต่างกันอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งภายในประเทศเวียดนามเอง และชาวต่างประเทศ ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้การท่องเที่ยวของเวียดนามนับวันจะสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ มีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

ในด้านของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเวียดนาม จะมีการแข่งขันเป็นไปในลักษณะของการแข่งขันในด้าน Outbound ของต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศเวียดนามเองมีปริมาณไม่มาก เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 มีเพียง 3.8 ล้านคน เนื่องจากในประเทศคู่แข่งหรือคู่ค้า คือ ประเทศไทย กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งแต่ละประเทศก็มีบริษัทที่จัดทำทัวร์นำนักท่องเที่ยวเข้าไปประเทศตน ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยนั้น บริษัทต่างๆ ก็จะมีการแข่งกันในการลดราคา การซื้อเป็นเพกเกจทัวร์นั้นสามารถหาซื้อได้ในราคาถูก ซึ่งแพกเกจ 4 วัน 3 คืน ราคาเพียง 300 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าถูกมาก เป็นการแข่งกันตัดราคาของผู้ประกอบการกันเองแต่สำหรับการจัดทัวร์ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามนั้นยังมีราคาสูง ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในแถบเอเซียนี้มองว่าประเทศเวียดนามเป็นตัวเลือกลำดับรองๆ ลงมา

Comments are closed.