มิลานได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

13

ชาวเซลต์ที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของอิตาลีเป็นผู้เริ่มก่อตั้งเมืองมิลานเมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมา 222 ปีก่อนคริสตกาล โรมันมีชัยชนะเหนือเซลติกส์ และเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมดิโอลานัม ในช่วงศตวรรษที่ 4 มิลานเติบโตเจริญรุ่งเรืองและกลายเป็นเมืองใหญ่อันดับสองในยุโรปด้วยประชากรมากกว่า 300,000 คนหลังจากศตวรรษที่ 4 ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามาเผยแผ่และขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วเมือง ทำให้มิลานกลายเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของคริสตจักรหลังจากปีค.ศ. 1200 มิลานเริ่มมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นและยกระดับจากเทศบาลขึ้นมาเป็นเมืองแห่งขุนนางศักดินา กำแพงเมืองถูกต่อเติมขยายเขตแดนออกไป มีการสร้างถนนและอาคารต่างๆ มากมายขุนนางจากตระกูลวิสคอนติขึ้นมามีอำนาจในปีค.ศ. 1300 และเป็นช่วงเวลาของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในมิลาน ช่วงเวลาเดียวกันนี้มหาวิหารแห่งมิลานได้ถูกสร้างขึ้นและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีเสน่ห์

หลังจากการทำสงครามอันยาวนานกับฟลอเรนซ์และเวนิส มิลานได้พบความสงบสุขอีกครั้งหลังจากตระกูลสฟอร์เซมีอำนาจในการปกครองแทนตระกูลวิสคอนติเดิม ในช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนี้ มิลานได้กลายเป็นศูนย์กลางความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวรรณกรรม และเลโอนาร์โด ดา วินชี ถูกเรียกตัวเพื่อไปถวายงานลุโดวิโค ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งมิลานของตระกูลสฟอร์ซาหลังจากที่จักรพรรดิชาลส์ที่ 5 ขึ้นครองราชย์ในปีค.ศ. 1535 มิลานก็เริ่มต้นยุคแห่งการใช้กฏแห่งสเปนเป็นเวลาเกือบ 200 ปี หลังจากการเริ่มต้นศตวรรษที่สิบแปดไม่นาน ชาวออสเตรียเดินทางเข้ามาในมิลาน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่างหยั่งลึกภายใต้การปกครองของออสเตรีย และเป็นยุคเริ่มต้นของการก่อสร้างอาคารด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิคซึ่งเป็นศิลปะสมัยใหม่

จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 กำหนดให้มิลานเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐอิตาลีในปีค.ศ. 1802 และเป็นสถานที่ในการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระองค์เอง ในฐานะกษัตริย์ของอิตาลีและมิลานในปีค.ศ. 1805 ในปีค.ศ. 1859 ชาวออสเตรียถูกขับไล่ออกจากมิลานและเมืองถูกยึดไปอยู่ภายใต้อาณาจักรของแคว้นปีเอมอนเต ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนเป็นราชอาณาจักรอิตาลีในปีค.ศ. 1861 ซึ่งมิลานได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงศูนย์กลางแห่งเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของอิตาลี มิลานได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่นับว่าโชคดีมากที่สมบัติที่มีคุณค่าทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมหลายชิ้น เช่น งานจิตรกรรมฝาผนังพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของเลโอนาร์โด ดา วินชี ไม่ถูกทำลายจนเสียหาย หลังสงครามโลกจบลงเมืองมิลานได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วและเติบโตเป็นเมืองทันสมัยดังที่เป็นอยู่เช่นปัจจุบัน

Comments are closed.