ที่เที่ยวกาญจนบุรี เมื่อมาถึงแล้วต้องห้ามพลาด

arawan

1.เขาช้างเผือก

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีความสูงถึง 1,249 จากระดับน้ำทะเล การเดินทางขึ้นสู่ยอด เขาช้างเผือก นั้น ใช้การเดินเท้าในระยะทางประมาณ 8-9 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนั้นจะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะยอดเขาต่าง ๆ ต้องข้ามยอดเขากว่า 3-4 ยอดเขาจึงจะถึงจุดตั้งเต๊นท์ที่เรียกว่า “กิ่วลม” ส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวจะนิยมนอนพักที่กิ่วลมก่อน 1 คืน และจากนั้นค่อยปีนขึ้นสู่ยอดเขาช้างเผือก

2.สะพานข้ามแม่น้ำแคว

เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึก พันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย และฮอลันดา จำนวนมากมาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่าน ประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

3.สะพานมอญ

สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นลำดับ 2 ของโลกมีความยาวถึง 850 เมตร เป็นสะพานที่สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย บริเวณสะพานเป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำน้ำสามสาย คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมาบรรจบกันเป็นสามประสบ (จุดกำเนิดแม่น้ำแควน้อย)

4.น้ำตกห้วยขมิ้น

น้ำตกห้วยขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกแบ่งออกเป็นหลายชั้น แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป อุทยานฯ ได้ทำทางเดินเท้าสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์

5.อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ

เป็นน้ำตำหินปูน มีลำธารไหลทอดยาว ลงมาจากภูเขาระยะทางที่เกิดเป็นน้ำตกชั้นต่างๆ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร สวยงามทั้ง 7ชั้น สามารถเดินเที่ยวชมจนถึงชั้นบนสุด ได้อย่างไม่ยากจนเกินไปนัก ชื่อน้ำตกเอราวัณ มาจาก ลักษณะของน้ำตกชั้นที่ 7 ลักษณะสายน้ำไหลบ่ามองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 หัว จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อน้ำตก

6.อุทยานแห่งชาติไทรโยค

มีเนื้อที่ 312,500 ไร่ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตค. 2523 มีสถานที่น่าสนใจ คือ น้ำตกไทรโยคน้อย, น้ำตกไทรโยค, ถ้ำละว้า, ถ้ำดาวดึงส์, ถ้ำสวรรค์วังบาดาล (ถ้ำวังบาดาล), ถ้ำไทรทอง หรือถ้ำตาหม่อง, ช่องเขาขาด

7.ทางรถไฟสายมรณะ

ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก วึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยอยู่เบื้องล่าง

8.เขื่อนศรีนครินทร์

ห่างจากน้ำตกเอราวัณประมาณ 4 กิโลเมตรทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกั้นแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

9.บ้านอีต่อง

พื้นที่เรียบง่ายท่ามกลางขุนเขา บ้านเรือนของชาวอีต่อง เหมือนจะอยู่ในหุบเขา เมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นพื้นที่ทำเหมือง เรียกกันว่าเหมืองปิล็อค แต่ตอนนี้เลิกทำเหมืองไปแล้ว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มี่ร้านค้าร้านอาหารราคาไม่แพง

10.วัดถ้ำพุหว้า

เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำบรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมเจริญศีลภาวนาทั้งสวยงามด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาป่าไม้ และถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงามหลายแห่ง

เสน่ห์ของเมืองหลวงออตตาวา ประเทศแคนาดา

%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b2

เมืองออตตาวา (Ottawa) เมืองหลวงของแคนาดา เมืองที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสวยงามและยังเป็นจุดศูนย์รวมของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ให้เที่ยวชมมากมาย จึงทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่มีโอกาสมาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้อยู่เสมอ เมืองออตตาวาตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำออตตาวา (Ottawa River) อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ4 ของประเทศ และยังเป็นเมืองใหญ่อันดับ2 ของรัฐออนแทรีโอ (Ontario) ซึ่งเป็นรัฐที่อยู่บริวเณตอนกลางของประเทศแคนาดา

ในปัจจุบันเมืองออตตาวาได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดในทวีปอเมริกา และยังเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสะอาดเป็นอันดับ 2 ในแคนาดา และเป็นเมืองที่สะอาดเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองออตตาวาเมืองหลวงของประเทศแคนาดานั้น ปลายทางแรกที่อยากแนะนำให้คุณไปชม คือ การไปชมความยิ่งใหญ่ของอาคารพาเลียเมนท์ ฮิลล์ (Parliament Hill) อาคารรัฐสภาที่ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลักที่ผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

national-gallery-of-canada-49276

หลังจากนั้นขอแนะนำให้ทุกท่านไปชม อาคารหอศิลป์แห่งชาติแคนาดา (National Gallery of Canada) เป็นอาคารกระจกและอาคารหินแกรนิต ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Moshe Safdie ถูกจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1880 และเปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1988 ซึ่งภายในมีการจัดแสดงคอลเลกชันภาพวาด , รูปปั้น  และรูปถ่ายเป็นจำนวนมาก โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของคอลเลกชันในการจัดแสดงก็คงจะเป็น รูปปั้นแมงมุมยักษ์ (The Maman statue) ของหลุยส์ บูร์ชัวส์ (Louise Bourgeois) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ซึ่งถูกจัดแสดงไว้บริเวณทางเข้าหลักของอาคารหอศิลป์แห่งชาติแคนาดา

การติดตามสถานการณ์นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปอย่างใกล้ชิด

travel-tipsปัจจุบันหลายประเทศที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจะให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของตน ซึ่งจะทำให้ระดับแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในเวทีโลกทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่จากแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง การเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศใหม่ของสายการบินต่างๆ และจากการวิเคราะห์ขององค์การท่องเที่ยวโลกที่คาดว่าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะขยายตัวต่อเนื่อง นับเป็นสัญญาณการเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวไทย หากสถานการณ์ช่วงต้นปียังสามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือให้สามารถเติบโตไปยังทิศทางที่หลายฝ่ายได้ตั้งเป้าหมายไว้

ภาคการท่องเที่ยวไทยนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยหน่วยงานภาครัฐต่างเร่งทำการตลาดประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยอย่างเข้มข้น ทั้งการจัดกิจกรรมภายในประเทศและการทำการตลาดในประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของไทย และเพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมไทย นอกเหนือจากการทำตลาดในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ยังได้ขยายการทำตลาดไปยังจังหวัดท่องเที่ยวรอง ซึ่งจากการจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยเชิงรุกนั้นคาดว่าจะช่วยจูงใจให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในปลายทางท่องเที่ยวอันดับต้นๆ

ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวจากจีนที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนจากประเทศอื่นๆจากภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเช่นกัน การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในปีนี้ ที่ส่วนหนึ่งยังพึ่งพานักท่องเที่ยวจากจีนเป็นสำคัญ แต่เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานการท่องเที่ยวในหลายประเทศก็ให้ความสนใจในการที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนผ่านมาตรการต่างๆ  ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจมีผลต่อทั้งการกำหนดแผนการทำตลาดของบริษัทนำเที่ยวในจีน และการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มอิสระจากจีน นอกจากนี้ตลาดที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดคือนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปยังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งประเทศรัสเซียที่ยังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจในกลุ่มสหภาพยุโรปเองที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างมีศักยภาพ ประกอบกับขณะนี้ค่าเงินยูโรกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง

กิจกรรมของคนญี่ปุ่นซึ่งจะมาพร้อมกับการบานเต็มที่ของดอกซากุระ

42

ที่โตเกียวจะมีการประกาศให้ประชาชนได้ทราบเมื่อซากุระเริ่มบาน และซากุระก็จะเริ่มบานไปทั่วตามสถานที่ต่างๆ และกิจกรรมของคนญี่ปุ่นซึ่งจะมาพร้อมกับการบานเต็มที่ของดอกกซากุระนั่นคือการชมซากุระนั่นเอง ซากุระเมื่อบานเต็มที่แล้วจะค่อยๆเริ่มร่วงทันที ซึ่งอาจพูดได้ว่าเป็นความสวยงามที่ไม่ยั่งยืน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้คนมากมายพร้อมที่จะไปเยี่ยมชมความสวยงามของซากุระ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตามผู้คนมากมายต่างพากันมารวมตัวภายใต้ต้นซากุระ พร้อมกับจับกลุ่มคุยเรื่องราวสนุกสนานต่างๆทั่วไป นับเป็นช่วงเวลานี้เท่านั้นที่ชาวญี่ปุ่นจะได้ผ่อนคลายและพบปะเพื่อนฝูงพร้อมกับพูดคุยเรื่องราวต่างๆทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการชมซากุระนั่นคือมารยาทขณะชมซากุระ และเพื่อให้การชมซากุระเป็นไปอย่างเรียบร้อยและสนุกสนาน วันนี้จะขอพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักมารยาทพื้นฐานขณะชมซากุระเพื่อนๆบางคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนมีอะไรบ้าง งั้นก็ไปทำความรู้จักพร้อมๆกันเลยแน่นอนว่าสิ่งที่จะขาดไม่ได้และช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการชมซากุระมากขึ้น นั่นคือ อาหารข้าวกล่อง ขนม เครื่องดื่ม เหล้าและเบียร์ ที่ต่างนำเข้ามาทานและดื่มขณะชมซากุระ

แน่นอนว่าการชมซากุระไปพลางพร้อมกับทานอาหาร ดื่มเหล้าไปพลาง มันคือหัวใจสำคัญที่จะขาดไม่ได้ของการชมซากุระ แต่ว่าหลังจากช่วงชมซากุระจบลงแล้ว ภาพของกองขยะเกลื่อนกลาดย่อมดูแล้วไม่สวยงามแน่นอน ดังนั้นหลังจากชมซากุระเสร็จแล้ว อาหารที่นำเข้ามาทานอย่าลืมนำกลับไปทิ้งด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่นำเข้าไปยังสถานที่นั้นๆห้ามทิ้งเกลื่อนกลาดตรงบริเวณที่นั่งทานหรือตามท้องถนนเด็ดขาด ชมความงามของดอกซากุระที่ถูกย้อมไปด้วยสีชมพูสวยงามพลางพร้อมกับพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแต่ก็อย่าเพลินจนเผลอส่งเสียงดังเกินไปจนรบกวนผู้คนรอบข้างนะ ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีกฎที่ว่าอยู่หรอก แต่การกระทำที่อาจจะเป็นการรบกวนต่อผู้คนรอบข้างนั้นถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรทำเด็ดขาดและตัวการที่มักจะทำให้เกิดเสียงดังเอะอะเจี๊ยวจ๊าวนั่นก็คือนั่นเอง

ซึ่งมักจะพบเห็นกลุ่มของผู้คนที่มาชมซากุระเป็นกลุ่มใหญ่และดื่มเหล้าจนเมาทำให้เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ขอให้ตั้งสติและระลึกไว้เสมอว่าควรดื่มแต่พอดีห้ามรบกวนผู้คนรอบข้างเด็ดขาดนะ เพราะการชมซากุระเป็นงานเลี้ยงรวมตัวที่สนุกสนานและย่อมต้องการความทรงจำดีๆใช่ไหมหละ การกระทำบางอย่างที่ขาดสติอาจก่อให้เกิดปัญหาและความทรงจำที่แย่แก่คนอื่นได้ซึ่งไม่ว่าใครก็คงไม่อยากพบเจอความทรงจำที่เลวร้าย เพื่อนๆเองก็คงไม่อยากเจอจริงไหมขณะชมซากุระก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนใส่ใจและระลึกถึงคนรอบข้างเสมอ อย่าเผลอตัวจนเกินเลยเด็ดขาด และก็ไม่ควรดื่มเหล้ามากเกินไปเพราะอาจทำให้เมาจนขาดสติได้ควรดื่มแต่พอดี ดื่มเอาบรรยากาศดีกว่าเนอะ

สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนกรกฎาคม

เผลอแว้บเดียวก็ผ่านครึ่งปี 2558 มาซะละ ไวเหมือนโกหก เพื่อน ๆ คงได้เดินทางไปเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ มากมาย และเช่นเคยต้นเดือนแบบนี้ จะมาแนะนำที่เที่ยวประจำเดือน เราจัดมาให้คุณอย่างดีในเดือนกรกฎาคม ทั้งแช่น้ำตกเย็นชุ่มฉ่ำ ย่ำภูเขาชิลสายหมอก พร้อมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ครบรสแน่นอน

1. น้ำตกสาริกา จ.นครนายก

น้ำตกสาริกา จ.นครนายก น้ำตกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี แต่ช่วงฤดูฝนไปจนถึงปลายฝนต้นหนาว จะเป็นช่วงที่มีน้ำเยอะที่สุด สวยงาม เหมาะแก่การมาเที่ยวชมเล่นน้ำ ถ่ายภาพ เป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วยนะ

2. ภูทอก จ.เลย

ภูทอก ภูเขาสูงที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์เมืองเชียงคานและลำน้ำโขง จัดเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอเชียงคาน โดยช่วงเช้านักท่องเที่ยวจะขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นสวย ๆ บนภูทอกท่ามกลางอากาศหนาวเย็นไอหมอกจาง ๆ ในตอนเช้า ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวหมอกจะลงหนามาก ๆ ทำให้สามารถเห็นทะเลหมอกบนจุดชมวิวได้

3. ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ

“ดอกกระเจียว” เป็นดอกไม้ที่ถูกยกให้เป็น “ราชินีแห่งป่าฝน” ซึ่งที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เมื่อเข้าสู่หน้าฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ดอกกระเจียวจะเริ่มออกดอกเบ่งบานชูช่อความสวยงามของดอกกระเจียวนานาพันธุ์ หลากสีสันทั้งสีขาว สีขมพู และสีเขียว และนอกจากที่ อ.เทพสถิตแล้ว ยังมีดอกกกระเจียวให้ได้ชมกันอีกที่คือ ที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ อีกด้วย

4. อ่าวท่าเลน จ.กระบี่
อ่าวท่าเลน อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของจังหวัดกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสัมผัสกับกิจกรรมทางน้ำ พายเรือคายัคชมธรรมชาติป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ท่ามกลางเขาหินปูนสลับซับซ้อน ดูลึกลับหน้าค้นหา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงนิยมเดินทางมาสัมผัสความ Unseen ของจังหวัดกระบี่ไม่ขาดสาย

5. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์
ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ช่วงฤดูฝนในตอนเช้าจะมีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย

6. น้ำตกปุญญบาล จ.ระนอง
น้ำตกปุญญบาล หรือชื่อเดิมว่า น้ำตกเส็ดตะกวด เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งมีน้ำไหลแรงตลอดปี ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลอันดามัน ในท้องที่อำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเที่ยวน้ำตก และการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ โดยน้ำตกนั้นอยู่บริเวณข้างทางหลวงหมายเลข 4 อยู่ติดกับถนนเพชรเกษม ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร

7. เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี
เนินช้างศึก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่งดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของสันเขาช้างเผือก ที่เรียงรายสลับซับซ้อนเป็นแนวยาว อากาศเย็นสบายตลอดปี ยิ่งมาช่วงหน้าฝน อากาศยิ่งดี และอาจเจอทะเลหมอกสวย ๆ ด้วย เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพมาก ๆ

8. บ้านป่าบงเปียง แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ในเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงดำนา คุณจะได้พบกับแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาะสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง

9. ล่องแก่งอุ้มผางคี จ.ตาก

ล่องแก่งอุ้มผางคี อีกหนึ่งการท่องเที่ยวสุดมันส์ของคนที่รักธรรมชาติ และการผจญภัย ตั้งอยู่ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกที่นี้ กับการเดินเท้ากว่า 3 ชั่วโมง ลุยโคลน ลุยน้ำ ผ่านผืนป่า เพื่อจุดใหม่ปลายทาง ณ ต้นน้ำอุ้มผางคี เพื่อท้าทายกับความเชี่ยวกราดของสายน้ำกว่า 77 แก่ง ยิ่งในช่วงฤดูฝน คือช่วงระหว่าง มิถุนายน – ตุลาคม จะเป็นช่วงที่น้ำหลาก เหมาะแก่การมาล่องแก่ง สัมผัสการผจญภัยสุดมันส์

10. ภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร
ณ อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสักครั้ง อีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดีของบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาตินั่นก็คือ “ภูผาเทิบ” ประติมากรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยธรรมชาติ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะ ของลม ฝน และแสงแดด ผ่านกาลเวลามายาวนานถึง 125 – 95 ล้านปี จนกลายเป็นหินรูปทรงแปลกตา ตั้งอยู่บนลานหินอันกว้างใหญ่ รายล้อมไปด้วยหมู่แมกไม้นานาพันธุ์

เที่ยวเยอรมนี ประเทศที่เชื่อมระหว่างยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก

YTo2OntzOjI6ImlkIjtpOjkxNzkxNjtzOjE6InciO2k6MTYwMDtzOjE6ImgiO2k6MTYwMDtzOjE6ImMiO2k6MDtzOjE6InMiO2k6MDtzOjE6ImsiO3M6NDA6ImY2N2IyYTY5MTE1M2JkZDBkNDgwY2EzMGU4M2VkNjRjNDRlN2Y4ZjgiO30=เยอรมนีเป็นประเทศในทวีปยุโรป พรมแดนทางทิศเหนือติดทะเลเหนือ Germany Flag เดนมาร์ก และทะเลบอลติกทิศตะวันออกติดโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก ทิศใต้ติดออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ ทิศตะวันตกติดฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ มีเมืองหลวงคือเบอร์ลินในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเยอรมนีได้ถูกแบ่งเป็นสองส่วน เป็นประเทศเยอรมนีตะวันตกและประเทศเยอรมนีตะวันออก ก่อนจะกลับมารวมประเทศกันอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2533
มีการปกครองแบบรัฐธรรมนูญในทวีปยุโรปตอนกลาง ซึ่งเป็นการรวมตัวของรัฐทั้ง 16 รัฐเยอรมนีมีการปกครองแบบประชาธิปไตยเชิงเสรีภาพและรัฐสวัสดิการ จำนวนประชากรทั้งประเทศอยู่ที่ 80 ล้านคนนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรหนาแน่ที่สุดประเทศหนึ่ง และยังเป็นประเทศที่มีการย้ายถิ่นฐานมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก

กรุงเบอร์ลินเป็นเมืองที่มีขนาดที่ใหญ่มาก จึงไม่น่าแปลกใจนักที่กรุงเบอร์ลินจะกลายเป็นจุดศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆของประเทศเยอรมนีไว้เป็นจำนวนมาก ประเทศเยอรมนีนอกจากจะเป็นประเทศสำคัญที่เป็นเชื่อมระหว่างยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ประเทศแห่งนี้ยังมีจุดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นและสวยงามมากมาย ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่ยาวนานและรุ่งเรืองของชาวเยอรมัน รวมทั้งมีธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ใจ และแม้ว่าประเทศแห่งนี้จะเคยเป็นผู้แพ้สงครามและเคยถูกแบ่งแยกประเทศมาแล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าวันนี้เยอรมนีได้ผงาดขึ้นมาเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเงินเป็นอันดับต้นๆของโลก และมีความเจริญทางด้านวัตถุไม่แพ้ชาติที่เรียกได้ว่าเป็นมหาอำนาจของโลก

ประเทศเยอรมนีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากอเมริการ จีน และญี่ปุ่น เยอรมันมีการนำเข้าและส่งออกเป็นลำดับที่ 3 ของโลกรองจากอเมริกาและจีน ปัญหาใหญ่ที่สำคัญของประเทศเยอรมนีคืออัตราการว่าจ้างงาน เยอรมันมีบริษัทที่มีการเติบโตในเชิงธุรกิจทั่วโลก อย่างเช่น Mercedes Benz, BMW, Porsche, Volkswagen เป็นต้นมีการตลาดหลักทรัพย์ 8 แห่งภายในประเทศ โดยมีตลาดหลักทรัพย์แฟรงค์เฟิร์ตซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน อุตสาหกรรมในประเทศได้มีการควบคุมให้ผู้ริเริ่มและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ของเศรษฐกิจทั่วโลกกว่าที่เคย

เที่ยวออสเตรเลีย ดินแดนแห่งเมืองจิงโจ้

ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศออสเตรเลียมีกรุงแคนเบอร์ร่าเป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย
สถานที่ท่องเที่ยวและเมืองสำคัญ
– ท่าเรือซิดนีย์ เป็นเมืองที่ล้ออบด้วยทะเลเช่นเดียวกับเมือง ริโอเดอจาเนโรหรือฮอนโนลูลู มีชายหาดรายรอบไม่ต่ำกว่า 70 แห่งท่าเรือตั้งอยู่ตรงใจกลางใกล้กับย่านชนบทส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านใน เรือเฟอร์รี่สีเขียวเหลืองตามท่าเรืออาจเป็นเรือที่สบายที่สุดในโลกและเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ

– เกาะเฟรเซอร์ ( Fraser Island ) เป็นเกาะพื่นทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากที่อื่นๆ แต่ที่แห่งนี้ก็ถูกจัดเข้าเป็นมรคกโลกโดยสหประชาชาติเมื่อปี 1992 พื่นที่ด้านในทั้งหมดแทนที่จะเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง กลับปกคลุมด้วยต้นไม้เนื้อแข็ง บนเกาะนี้มีกิจกรรมหลากหลาย พวกตกปลาจะชอบไป แวดดี้พอยต์ ( Waddy Point ) พวกรักความสบายจะลงเนินทรายไปยังทะเลสาบแวดดี้ ( Lake Waddy นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทใหม่สำหรับพวกนักท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

– พิธิภัณฑ์สัตว์น้ำ Sydney Aquarium
เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ถ้าเราเข้าไปแล้วเราเสมือนเข้าอยู่บนโลกใต้ท้องทะเล เพราะข้างในนี้จะมีปลามากมายหลายชนิดที่สวยงาม และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราเห็น โดยที่นี่จะมีจุดที่น่าสนใจ คือ แนวปะการังคอมเพล็กซ์ที่จำลองมาจากเกรทแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) จะเป็นการจำลองโลกใต้ท้องทะเลและเราจะเห็นแนวปะการังและเราสามารถลองสัมผัสปลาดาว และปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ โดยที่นี่ (Sydney Aquarium) จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับฮาร์เบอร์ไซด์ เฟสติวัลมาร์เก็ตเพลส ถ้าใครสนใจโลกใต้ท้องทะเลมาชมกันได้ทุกเมื่อเพราะที่นี่จะเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.30 – 21.30 น.

– Bondi Beach
เป็นหาดที่นิยมมากที่สุดในซิดนีย์ ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก โดยสามารถนั่งรถไฟ แล้วต่อรถเมล์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นหาดที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เพราะที่นี่จะมีคนเล่น Surf Board เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแห่งการอาบแดด และพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหน้า Beach ก็มีร้านอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่มีเลือกชิม เวลาหิว และที่นี่ยังมีอาหารไทย ถ้าหากคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ๆ ที่นี่ก็มีให้ทาน

– สวนสัตว์ KOALA PARK SANCTUARY
เราจะนำท่านเดินทางสู่สวนสัตว์พื้นเมือง KOALA PARK SANCTUARY เพลิดเพลินไปกับการชมชีวิตธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ หมีโคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ฯลฯ โดยที่นี่สัตว์ที่เด่นที่สุดคงจะเป็นเจ้าหมีโคอาล่าดูจากรูปข้างล่างมันคงเหนื่อยจากการโชว์ตัวเลยขอหลับหน่อย ขนาดมันหลับยังน่ารักขนาดนี้นะเนี้ย ถ้าทุกท่านเข้ามาที่นี่โปรดมาชมความน่ารักของมันด้วยนะ และที่นี่ยังมีการโชว์พิเศษ คือ การตัดขนแกะ ซึ่งการโชว์นี้จะเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างพวกเรา

มิลานได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

13

ชาวเซลต์ที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของอิตาลีเป็นผู้เริ่มก่อตั้งเมืองมิลานเมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมา 222 ปีก่อนคริสตกาล โรมันมีชัยชนะเหนือเซลติกส์ และเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมดิโอลานัม ในช่วงศตวรรษที่ 4 มิลานเติบโตเจริญรุ่งเรืองและกลายเป็นเมืองใหญ่อันดับสองในยุโรปด้วยประชากรมากกว่า 300,000 คนหลังจากศตวรรษที่ 4 ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามาเผยแผ่และขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วเมือง ทำให้มิลานกลายเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของคริสตจักรหลังจากปีค.ศ. 1200 มิลานเริ่มมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นและยกระดับจากเทศบาลขึ้นมาเป็นเมืองแห่งขุนนางศักดินา กำแพงเมืองถูกต่อเติมขยายเขตแดนออกไป มีการสร้างถนนและอาคารต่างๆ มากมายขุนนางจากตระกูลวิสคอนติขึ้นมามีอำนาจในปีค.ศ. 1300 และเป็นช่วงเวลาของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในมิลาน ช่วงเวลาเดียวกันนี้มหาวิหารแห่งมิลานได้ถูกสร้างขึ้นและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีเสน่ห์

หลังจากการทำสงครามอันยาวนานกับฟลอเรนซ์และเวนิส มิลานได้พบความสงบสุขอีกครั้งหลังจากตระกูลสฟอร์เซมีอำนาจในการปกครองแทนตระกูลวิสคอนติเดิม ในช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนี้ มิลานได้กลายเป็นศูนย์กลางความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวรรณกรรม และเลโอนาร์โด ดา วินชี ถูกเรียกตัวเพื่อไปถวายงานลุโดวิโค ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งมิลานของตระกูลสฟอร์ซาหลังจากที่จักรพรรดิชาลส์ที่ 5 ขึ้นครองราชย์ในปีค.ศ. 1535 มิลานก็เริ่มต้นยุคแห่งการใช้กฏแห่งสเปนเป็นเวลาเกือบ 200 ปี หลังจากการเริ่มต้นศตวรรษที่สิบแปดไม่นาน ชาวออสเตรียเดินทางเข้ามาในมิลาน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่างหยั่งลึกภายใต้การปกครองของออสเตรีย และเป็นยุคเริ่มต้นของการก่อสร้างอาคารด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิคซึ่งเป็นศิลปะสมัยใหม่

จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 กำหนดให้มิลานเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐอิตาลีในปีค.ศ. 1802 และเป็นสถานที่ในการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระองค์เอง ในฐานะกษัตริย์ของอิตาลีและมิลานในปีค.ศ. 1805 ในปีค.ศ. 1859 ชาวออสเตรียถูกขับไล่ออกจากมิลานและเมืองถูกยึดไปอยู่ภายใต้อาณาจักรของแคว้นปีเอมอนเต ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนเป็นราชอาณาจักรอิตาลีในปีค.ศ. 1861 ซึ่งมิลานได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงศูนย์กลางแห่งเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของอิตาลี มิลานได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่นับว่าโชคดีมากที่สมบัติที่มีคุณค่าทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมหลายชิ้น เช่น งานจิตรกรรมฝาผนังพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของเลโอนาร์โด ดา วินชี ไม่ถูกทำลายจนเสียหาย หลังสงครามโลกจบลงเมืองมิลานได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วและเติบโตเป็นเมืองทันสมัยดังที่เป็นอยู่เช่นปัจจุบัน

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดาวเด่นดวงใหม่แห่งอาเซียน


ในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ประเทศที่น่าจับตามองมากที่สุดประเทศหนึ่งก็คือ “ประเทศเมียนมาร์” หรือ “พม่า” ที่มีความน่าสนใจทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว หลายสิบปีที่พม่าปิดประเทศด้วยสาเหตุจากความไม่สงบทางการเมือง ตัดขาดความสัมพันธ์กับโลกภายนอกมานานนับสิบปี แต่ภายใต้ฉากหน้าของรัฐบาลทหารเผด็จการ หลายคนทราบดีว่าพม่าอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ พม่าจึงเป็นขุมทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับจ้องอย่างไม่ละสายตา

ในด้านการท่องเที่ยวพม่านับว่าเป็นประเทศเนื้อหอมที่นักท่องเที่ยวต่างก็อยากเดินทางไปสัมผัส โดยข้อมูลจาก Ministry of Hotels and Tourism ของประเทศเมียนมาร์ระบุว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของพม่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มขยายตัว จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปยังพม่าจำนวน 1.93 แสนคน เพิ่มขึ้นเป็น 3.91 แสนคน ซึ่งหากเทียบกับบ้านเราถือว่าจำนวนยังน้อยกว่ากันมาก แต่หากดูจากค่าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26.5 ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2552-2554 ต้องถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว อีกทั้งด้านรายได้ท่องเที่ยวของพม่าในปี 2551 มีมูลค่า 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ได้เพิ่มเป็น 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 24.7 ต่อปี

เหตุที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมายังพม่าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นนี้ อาจเป็นเพราะพม่าปิดประเทศมานาน อะไรที่คนไม่เคยรู้ก็เลยอยากจะรู้ อยากจะไปเห็น และพม่าก็มีแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานที่ยังสมบูรณ์อยู่มาก หนึ่งเพราะการที่พม่าปิดประเทศสมัยเป็นเผด็จการทหารทำให้แหล่งโบราณสถานไม่ถูกทำลายมากนัก และสอง ชาวพม่าเป็นคนมีศรัทธาเหนียวแน่นในพระพุทธศาสนา เขาได้บำรุงรักษาโบราณสถานของเขาไว้เป็นอย่างดี ผมไม่ได้หมายความว่าการตกอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการทหารนั้นดี แต่มันทำให้โบราณสถานเหล่านั้นคงสภาพดีจนปัจจุบัน

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ในช่วงนี้สายการบินต่างๆ โดยเฉพาะในบ้านเรา จะเพิ่มเที่ยวบินตรงไปยังเมืองต่างๆ ของพม่า ทางพม่าเองแม้จะรับทรัพย์จากการท่องเที่ยวมาเข้ากระเป๋าจำนวนมหาศาลแล้ว แต่ก็ยังมีแผนที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวและจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นไปอีก โดยล่าสุดก็ได้เปิดตัวแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวมูลค่าเกือบ 500 ล้านเหรียญ ที่ทำร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และรัฐบาลนอร์เวย์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ปกป้องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สำคัญ และปกป้องรักษาชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ (ethic communities) และวางโครงสร้างแนวทางเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่พม่า โดยไม่คุกคามแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ อีกทั้งยังตั้งใจว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้นเป็น 7.5 ล้านคนในปี 2563 หรือคิดเป็น 7 เท่าของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปัจจุบัน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 1.0 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากพม่ามุ่งมั่นพัฒนาและมีผู้ร่วมสนับสนุนเป็นอย่างดีแล้ว ก็เชื่อได้ว่าเป้าหมายที่ฝันคงจะไม่ไกลเกินไป

ส่วนไทยเราต้องเลิกมองพม่าอย่างศัตรูคู่แค้น เลิกมองเจดีย์ชเวดากองแล้วนึกถึงทองจากกรุงศรีอยุธยา แต่ควรหันกลับมายอมรับว่าพม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกันมายาวนาน เป็นเพื่อนบ้านที่แม้จะเริ่มลุกช้า แต่ก็ออกเดินอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังควรเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกับพม่าหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้ดีกว่า

อิตาลี เป็นประเทศที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสวยงาม

ประเทศอิตาลีตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลี ถูกล้อมรอบด้วยทะเลในทุกๆด้านยกเว้นด้านเหนือ เพราะอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียโดยมีเทือกเขาแอลป์กั้นแบ่ง เทือกเขาที่สำคัญอีกแห่งคือ เทือกเขาแอเพนไนน์พาดผ่านตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอิตาลีคือแม่น้ำโป และแม่น้ำไทเบอร์ที่ไหลผ่านกรุงโรม ทางตอนเหนือของอิตาลีมีทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทะเลสาบการ์ดา โกโม มัจโจเร และทะเลสาบอีเซโอ เนื่องจากประเทศอิตาลีถูกล้อมรอบด้วยทะเล ดังนั้นจึงมีชายฝั่งทะเลยาวหลายพันกิโลเมตรซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาที่นี่ นอกจากนี้ประเทศอิตาลียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย

กรุงโรม (Rome) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศโดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมายเช่น ราชอาณาจักรโรมันสาธารณรัฐโรมันและจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกและในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870 นอกจากนี้ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกอีกด้วย

อิตาลีเป็นประเทศหนึ่งที่มีนักเรียนไทยจำนวนมากอยากไปเรียนต่อ เพราะขึ้นชื่อในเรื่อความสวยงามของประเทศ มีเมืองท่องเที่ยวที่ดังระดับโลกหลายเมือง มีสถานที่ที่เป็นแหล่งมรดกโลกอยู่มากกว่าประเทศอื่นในโลก รวมถึงมีการเรียนการสอนด้านแฟชั่นที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าเทียบกับยุโรปประเทศอื่นๆแล้ว อิตาลีถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีปัญหาอาชญากรรมไม่น้อย โดยเฉพาะการฉกชิงวิ่งราวในเมืองใหญ่ๆ เช่น โรม มิลาน ที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเคยเจอปัญหานี้ นอกจากนี้อิตาลีมีปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น มลภาวะเป็นพิษจากอุตสาหกรรมและการสันดาบ ชายฝั่งแม่น้ำเน่าเสียจากอุตสาหกรรม และสารตกค้างจากการเกษตร ฝนกรด การขาดการดูแลบำบัดของเสียจากอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอ และปัญหาด้านภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ดินและโคลนถล่ม ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม รวมถึงปัญหาแผ่นดินทรุดตัวในเวนิส

ตลาดด้านการท่องเที่ยวในเวียดนาม


ประเทศเวียดนามมีความโดดเด่นเรื่องของทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ ฮาลองเบย์ ที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำเสนอวัฒนธรรมที่เก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย สงบ และ สภาพแวดล้อมที่มีความเป็นมิตร จุดขายในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบประหยัด และผจญภัย ซึ่งเป็นแนวโน้มของการท่องเที่ยวทั่วโลกในขณะนี้ และเวียดนามพยายามนำเสนอการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา ในคราวเดียว

การท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว มีลักษณะที่ไม่มีเหมือนกันในแต่ละบุคคลเนื่องจากนักท่องเที่ยวแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันทางด้านสภาพแวดล้อม หรือคุณลักษณะส่วนบุคคล ซึ่งนักท่องเที่ยวมีทั้งกลุ่มที่มาจากยุโรป อเมริกา และแถบเอเซีย พฤติกรรมการท่องเที่ยวจะมีความแตกต่างกัน ความแตกต่างดังกล่าวอาจมีผลทำให้ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มรับรู้หรือเข้าใจหรือคิดนึกถึงมีความแตกต่างกันตามกลุ่มของนักท่องเที่ยวและอาจทำให้คุณค่าที่ได้รับความพึงพอใจ และความภักดีต่อแหล่งท่องเที่ยวมีความแตกต่างกันอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งภายในประเทศเวียดนามเอง และชาวต่างประเทศ ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้การท่องเที่ยวของเวียดนามนับวันจะสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ มีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

ในด้านของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเวียดนาม จะมีการแข่งขันเป็นไปในลักษณะของการแข่งขันในด้าน Outbound ของต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศเวียดนามเองมีปริมาณไม่มาก เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 มีเพียง 3.8 ล้านคน เนื่องจากในประเทศคู่แข่งหรือคู่ค้า คือ ประเทศไทย กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งแต่ละประเทศก็มีบริษัทที่จัดทำทัวร์นำนักท่องเที่ยวเข้าไปประเทศตน ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยนั้น บริษัทต่างๆ ก็จะมีการแข่งกันในการลดราคา การซื้อเป็นเพกเกจทัวร์นั้นสามารถหาซื้อได้ในราคาถูก ซึ่งแพกเกจ 4 วัน 3 คืน ราคาเพียง 300 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าถูกมาก เป็นการแข่งกันตัดราคาของผู้ประกอบการกันเองแต่สำหรับการจัดทัวร์ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามนั้นยังมีราคาสูง ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในแถบเอเซียนี้มองว่าประเทศเวียดนามเป็นตัวเลือกลำดับรองๆ ลงมา

ไนแองการ่า น้ำตกสองแผ่นดิน

ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ตระการตาน้ำตกไนแอการ่า

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่งประกอบกัน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแอการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่มีขนาดใหญ่เพราะจริงๆแล้วน้ำตกไนแอการาเกิดจากน้ำในทะเลสาบตกลงสู่อีกทะเลสาบหนึ่ง น้ำตกไนแอการาประกอบด้วยน้ำตกสามแห่งที่แยกออกจากกัน คือ น้ำตกเกือกม้า สูง 158 ฟุต, น้ำตกอเมริกาสูง 167 ฟุต, และน้ำตกขนาดเล็กกว่าที่อยู่ติดกัน คือน้ำตก Bridal Veil. แม้น้ำตกไนแอการาจะไม่สูงอย่างโดดเด่น แต่ก็กว้างมาก น้ำตกไนแองการามีจุดชมวิวที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศมานานกว่าศตวรรษและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลก

ตามตำนานเล่าว่า สมัยหนึ่งชาวอินเดียนแดงที่อาศัยแถบนี้ล้มตายลงเป็นอันมากด้วยโรคระบาด พวกเขาเชื่อว่าเป็นเพราะเทพเจ้าแห่งสายน้ำไม่โปรดจึงลงโทษด้วยการคร่าชีวิตผู้คน จึงส่งลูกสาวของหัวหน้าเผ่าลงเรือให้ไหลลงไปตามน้ำตกเพื่อสังเวยแด่เทพเจ้า เทพเจ้าโปรดปรานเธอมาก เธอตกลงยอมเป็นภรรยาโดยมีเงื่อนไขว่าเทพเจ้าต้องช่วยชีวิตผู้คนในเผ่าเธอ เทพเจ้าจึงเปิดเผยว่าที่ผู้คนล้มตายเป็นเพราะงูยักษ์ที่อาศัยอยู่ในลำน้ำคายพิษลงในน้ำดื่ม เธอจึงปรากฏกายขึ้นในม่านน้ำ (mist) เพื่อแจ้งข่าวแก่ชาวบ้าน ตกกลางคืนชาวบ้านจึงรุมจับงูและฆ่าทิ้ง ศพของงูลอยไปติดแก่งเหนือน้ำตก จึงขวางทางน้ำเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้าอย่างที่เห็น

น้ำตกไนแองการ่า มีความโรแมนติกและเป็นตำนานรักของคู่รักหลายคู่ที่ชวนกันไปถ่ายรูปกับน้ำตกเป็นที่ระลึกในวันแต่งงาน บางรายก็เลือกจะล่องเรือไปใกล้ๆน้ำตกเพื่อให้ได้วิวที่สวยที่สุด น้ำตกแห่งนี้จึงสร้างรายได้มหาศาลให้ทั้งสองประเทศ และไม่เคยร้างผู้คนที่ไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม

น้ำตกไนแอการา อยู่บริเวณทะเลสาบทั้ง 5 ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดามีน้ำตกไนแองการ่าแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลกสถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะร้างห่างลาผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนึ่งฤดูใดก็ตาม น้ำตกไนแองการ่าที่ไหลลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเป็นแอ่งนิ่งและสงบอยู่ในแผ่นดินทางสหรัฐอเมริกา แต่ถัดมาที่มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้าขนาดใหญ่กลับเป็นภาพของกระแสน้ำที่หลั่งทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง กระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่าง และเพราะแรงกระทบที่ตกลงไป ส่งผลให้เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ละอองเหล่านั้นจะปรากฏเป็นภาพของรุ้งกินน้ำ ประดับบริเวณน้ำตกอยู่ตลอดเวลา

ท่องเที่ยว ภูเขาโปปา (Mount Popa) ที่สถิตของ มหาคีรีนัต แห่งพุกาม


ภูเขาโปปา หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต มีความสูงประมาณ 1,518 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในอดีตเคยเป็นภูเขาไฟ แต่ปัจจุบันได้ดับไปแล้ว (ปะทุครั้งสุดท้ายเกือบ 2,500 ปี มาแล้ว) อยู่ห่างจากเมืองพุกามราว 50 กิโลเมตร ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เขาโปปา (Mount Popa) ชื่อนี้มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤตแปลว่าดอกจำปา เนื่องจากในอดีตบริเวณภูเขาลูกนี้ เคยมีต้นจำปาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก หรือเรียกอีกชื่อว่า “ภูเขาดอกจำปา”

ภูมิทัศน์โดยรอบภูเขาไฟโปปา เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุและลำธารเล็กๆ ราว 200 แห่ง ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวพม่าเชื่อกันว่าภูเขาลูกนี้เป็นภูเขา ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นสถานที่สิงสถิตของบรรดาเทวดาและนัตทั้งหลาย “นัต” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 2 ตนสิงสถิตอยู่ ภูเขาโปปา ถูกกล่าวถึงในบันทึกประวัติศาสตร์พม่าตั้งแต่ในยุคของ การเลือกตำแหน่งสร้างอาณาจักรพุกามว่า อดีตภูเขาไฟแห่งนี้เป็นเสมือน เขาพระสุเมรุศูนย์กลางแห่งจักรวาล และเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเหล่า “นัต” หรือที่คนพม่าเรียกว่า “มินนัต” คือ วิญญาณ ภูตผี จากผู้ที่เสียชีวิตด้วยการถูกฆ่า หรือถูกทรมานด้วยวิธีต่างๆ ดวงวิญญาณจึงไม่ไปสู่สุคติ มีทั้งคนธรรมดาและผู้ที่มียศศักดิ์ไปจนถึงกษัตริย์ บ่อยครั้งปรากฏกายแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ กลายเป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้านจึงมีการตั้งศาล และนำรูปปั้นเหมือนจริงตั้งไว้ให้คนกราบไหว้บูชา โดยถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยปกป้องดูแลบ้านเมือง และยังสามารถขอในสิ่งที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งรูปปั้นนัตแต่ละตนจะสวมเสื้อผ้าสวยงาม บางตนนั่งอยู่บนสัตว์ต่างๆ เช่น เสือ หงส์ และม้า บางตนก็ถืออาวุธ แตกต่างกันไปตามเรื่องราวที่ได้รับการกล่าวขาน ตัวอย่างนัตซึ่งหลายคนนิยมกราบไหว้ คือ นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ เหมาะสำหรับคนใจร้อนอยากได้โชคลาภแบบทันใจ เป็นต้น

โดยองค์สำคัญคือ นัตตัจจาเมง (หรือนัตสักรา หรือพระอินทร์), นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้, นัตโยนบะเยง (นัตพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์) เป็นต้น บุคคลที่จะได้รับการรับถือเป็นนัตนั้น ต้องมาจากสาเหตุการตายที่ไม่ใช่การตายธรรมดา กล่าวโดยง่ายคือ ตายโหง เพราะเชื่อว่าจะมีฤทธานุภาพสูงกว่าผีทั่วๆ ไป กษัตริย์ในอดีตของพม่าจะต้องจัดงานเคารพบูชาผีนัตเป็นประจำทุกปี โดยชาวพม่าเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นเสมือนบ้านของผีนัต มีการเฉลิมฉลองเพื่อความเคารพต่อผีนัตในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน

นักแสวงบุญจำนวนมากจะพากันเดินทางขึ้นไปบนภูเขาโปปาเพื่อไปสักการ บูชาบรรดานัตทั้งหลายในช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง คือ ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน และช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม ภูเขาไฟโปปา และวัดตวงคาลัต สามารถมองเห็นได้แต่ไกล แม้จะยืนอยู่บริเวณแม่น้ำอิรวดีที่อยู่ห่างออกไป 60 กม.ก็ยังสามารถเห็นได้ ด้วยรูปพรรณสัณฐานตามธรรมชาติที่สะดุดตา

นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวต้องขึ้นบันได 777 ขั้น เพื่อไปยังวัดตวงคาลัตซึ่งอยู่บนยอดสุด โดยตลอดทางเต็มไปด้วยฝูงลิงกัง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่น ที่กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว และเมื่อขึ้นไปถึงวัดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล มองเห็นเมืองพุกามได้ทั้งเมือง

เปิดประตูสู่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่

หากพูดถึงภูเขาไฟ แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็คงจินตนาการถึงความน่าเกรงขาม และความน่ากลัวเมื่อภูเขาไฟเกิดการระเบิดและพ่นลาวาสูงเฉียดฟ้า ทั้งๆ ที่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ภูเขาไฟถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าพิศวงด้วยมีทัศนียภาพที่สวยงามซับซ้อน ดูน่าค้นหายิ่งนัก เพราะฉะนั้นวันนี้มัชรูมทราเวล จึงจะพาทุกท่านเดินทางสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อไปยังภูเขาไฟโบรโม่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ครั้งล่าสุดที่ภูเขาไฟโบรโม่เกิดการระเบิดก็คือเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย .. เปิดประตูสู่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก

บนเนินเขาสูงกว่า 40 กิโลเมตร บนชายฝั่งทางตอนเหนือของหมู่เกาะชวาตะวันออก เมื่อนักเดินทางเพื่อมุ่งสู่ภูเขาไฟโบรโม่ จำเป็นที่จะต้องผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านและหมอกควันจากภูเขาในแถบนี้ ที่ไม่ใช่แค่จากบรูโม่เท่านั้น เพราะภายในแถบนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับอยู่อีก 2 ลูกด้วยกัน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชมความงามอันน่ามหัศจรรย์ของภูเขาไฟโบรโม่ ส่วนใหญ่จะรีบเดินทางมาให้ถึงที่หมายก่อนฟ้าสาง เพื่อให้ทันเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะสาดแสงแห่งความสว่างไสวไปทั่วพื้นพิภพนั่นเอง

และสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายที่จะพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ เส้นทางยอดนิยมก็คือการเดินทางจากสุราบายาสู่ เมืองโปรโบลิงโก้ แล้วไปต่อที่หมู่บ้านเซโมโร ลาวัง จากนั้นจึงพักค้างแรมที่นี่หนึ่งคืน เพื่อให้ทันกับการไปชมพระอาทิตย์ในช่วงเช้านั่นเอง รวมถึงการชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ด้วย โดยเซโมโร ลาวังเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร มีอุณหภูมิหนาวเย็นในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้ามืด ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจำเป็นจะต้องพกพาเสื้อหนาวหรือกางเกงขายาวมาด้วยเป็นอย่างน้อย นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาหรือการเดินเท้าในระยะไกลๆ

สถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาวปารีส

9

นับเป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่ง สำหรับกรุง “ปารีส” ที่หากใครได้ไปเยือนแล้วก็ต้องตกหลุมรักในบรรยากาศอันสุดแสนจะโรแมนติกของเมือง ๆ นี้ จนอยากจะกลายเป็นคนเมืองนี้ขึ้นมาเลยทีเดียว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปารีสส่วนใหญ่ต่างก็มีเวลาที่จำกัด ขณะที่เมือง ๆ นี้ มีสถานที่ที่น่าสนใจนับไม่ถ้วน จนทำให้การเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทุกที่ในปารีสกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หากมีเวลาเที่ยวเพียงไม่กี่วัน แต่ไม่ว่าจะมีเวลาเที่ยวปารีสมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยก็คือการไปเยือน 10 สถานที่ต่อไปนี้ ที่ทำให้คุณได้สัมผัสกับความเป็น “ปารีส” อย่างแท้จริง การนั่งรถทัวร์ชมกรุงเป็นสิ่งที่คุณควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวที่มาปารีสเป็นครั้งแรก เพราะที่นี่จะมีรถทัวร์ที่เรียกกันว่า L’Open ทัวร์ ซึ่งเป็นรถทัวร์ที่มีดาดฟ้าอยู่ข้างบน เพื่อให้คุณได้ชมเมืองปารีสอย่างไม่มีอะไรบดบังสายตาเลย

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋ววันเดียวหรือสองวันก็ได้ สำหรับการนั่งรถชมเมืองใน 4 เส้นทาง โดยทันทีที่คุณซื้อตั๋วแล้ว ทางรถทัวร์จะมีชุดหูฟังให้คุณ เพื่อใช้ในการเสียบต่อกับแจ็คที่อยู่บริเวณด้านข้างของเบาะที่นั่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถฟังบรรยายไปตลอดการเดินทาง โดยเลือกฟังได้ถึง 8 ภาษา คือ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอิตาลี ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษารัวเซีย และภาษาจีน สำหรับเคล็ดลับในการนั่งรถทัวร์ชมกรุงปารีสนั้น แนะนำให้คุณลองใช้บริการในวันธรรมดาหรือเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์จะดีที่สุด เพราะหากใช้บริการในช่วงเวลาอื่นคนจะแน่นมาก และคุณอาจจะได้ยืนในห้องยืนที่จัดไว้รองรับเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ หากคุณใช้บริการช่วงคนน้อย คุณสามารถที่จะเปลี่ยนแจ็กหูฟังของคุณได้ในกรณีที่ใช้หูฟังต่อกับแจ็กบางตัวไม่ได้อีกด้วย

หอไอเฟลไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปารีสเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสด้วย ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวคนใดไม่ได้ไปเยือนหอไอเฟล ถือว่าไปไม่ถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 60 ล้านคน ไปเยือนหอไอเฟล โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพรอบกรุงปารีสได้ เพียงแค่ซื้อบัตรที่บูธซึ่งอยู่บริเวณฐานของหอไอเฟล แล้วขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นต่าง ๆ ของหอไอเฟล